Prakhampee.net
What does the Bible say about karma?

เรื่องกรรมมาจากพระคัมภีร์หรือไม่ ?

พระคัมภีร์ไม่ได้สอนเรื่องกรรม กรรมเป็นความเชื่อหลักของศาสนาหลายศาสนาในประเทศแถบตะวันออก ความคิดในเรื่องกรรมคือการที่คุณจะต้องเก็บเกี่ยวสิ่งที่คุณได้หว่านไว้ การทำความดีจะส่งผลให้ชีวิตของคุณเกิดแต่สิ่งที่ดี และการทำความชั่วก็จะส่งผลให้มีแต่สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณ เรื่องกรรมอาจจะใช้ได้ในสองทาง แรกเริ่มเดิมทีมันหมายถึงความดีหรือบาปที่คุณทำในตอนนี้จะส่งผลต่อชีวิตของคุณเมื่อคุณกลับมาเกิดใหม่ (ชาติหน้า) แต่ปัจจุบันนี้เมื่อชาวตะวันตกใช้คำว่า “กรรม” มักจะมีความหมายถึงสิ่งที่ดีหรือสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดกับคุณในชีวิตซึ่งเป็นผลมาจากสิ่งที่คุณได้ทำไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่ง “กรรม”ทั้งสองความหมายไม่ได้เป็นคำสอนที่มาจากพระคัมภีร์

ความคิดที่ว่า การกระทำจะส่งผลไปถึงชีวิตในชาติหน้าว่าจะมีชีวิตที่ดีหรือไม่ดีนั้น ไม่ได้เป็นความเชื่อที่มาจากพระคัมภีร์เลย เพราะว่าพระคัมภีร์สอนไว้ว่า เรามีชีวิตอยู่แค่เพียงชาติเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นเราจะได้รับการพิพากษาจากพระเจ้า (ฮีบรู 9:27) ซึ่งความเชื่อพื้นฐานนี้เองที่ทำให้ความเชื่อของคริสเตียนแตกต่างจากหลายศาสนาในประเทศแถบตะวันออก สำหรับความเชื่อของศาสานาตะวันออกนั้นทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตกอยู่ในวัฏจักร ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดในประวัติศาสตร์โลก แต่คริสเตียนเชื่อว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างโลกและชีวิตของเราทุกคน และพระองค์เองจะสร้างแผ่นดินโลกใหม่ในยุคสุดท้าย และในระหว่างยุคปัจจุบันนี้และยุคสุดท้าย พวกเราทุกคนจะมีชีวิตอยู่เพียงครั้งเดียว มนุษย์ทุกคนมีโอกาสที่จะรู้จักกับพระเจ้าได้ตอนที่เขามีชีวิตอยู่เท่านั้น ทุกคนที่มีความเชื่อในพระเจ้าจะได้รับชีวิตนิรันดร์อยู่ในแผ่นดินใหม่ สิ่งนี้เองที่ทำให้ชีวิตของเรามีความสำคัญและมีวัตถุประสงค์ ซึ่งคุณจะไม่มีสิ่งนี้เลยถ้าคุณเชื่อในเรื่องกรรม

กรรมถูกนำมาใช้ในอีกความหมายหนึ่งคือ ในชีวิตนี้คุณจะต้องเก็บเกี่ยวสิ่งที่คุณหว่าน ซึ่งความหมายนี้ดูจะใกล้เคียงกับสิ่งที่พระคัมภีร์ได้สอนไว้ ในกาลาเทีย 6:7 “ท่านจะล้อเล่นกับพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าใครหว่านอะไรลง ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น”  ตอนที่อ่านข้อนี้ครั้งแรกอาจจะดูเหมือนเป็นหลักการของกรรม อย่างไรก็ตามมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องนี้

  • พระคัมภีร์สอนว่า เหตุและผลนั้นไม่สามารถใช้ตัดสินอะไรได้เลย มีแต่พระเจ้าผู้ทรงเป็นผู้ที่ให้รางวัลและลงโทษมนุษย์ได้
  • พระคัมภีร์สอนว่า “ ใครหว่านอะไรก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น”  ซึ่งสิ่งที่พระคัมภีร์พูดในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้จะเป็นจริงภายในชีวิตนี้ แต่จะเป็นจริงตอนที่เราถูกพิพากษาหลังจากความตาย
  • กรรมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น แต่เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นบุคคล พระองค์สามารถที่จะให้อภัย เราไม่ต้องจำเป็นต้องคอยแบกรับผลจากความบาปของเราอีกต่อไปถ้าเราไว้วางใจในพระเยซู สิ่งนี้เองที่ทำให้ปลายทางของเราแตกต่างกันอย่างมาก กรรมเป็นเรื่องของชะตากำหนด แต่พระเจ้าทรงมีพระคุณให้แก่เราโดยผ่านทางพระเยซูคริสต์

กรรมจะบอกเราว่า : สิ่งที่คุณทำจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะเป็นอย่างไร  พระเจ้าบอกเราว่า : ความเชื่อแบบนั้นจะเป็นจริงถ้าคุณไม่ได้เชื่อในพระเยซู แต่ถ้าคุณเชื่อในพระเยซูคริสต์ สิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำต่างหากที่กำหนดว่าคุณจะเป็นอย่างไร เราทุกคนกำลังเผชิญหน้ากับทางเลือกว่า : เราอยากได้ “กรรม” หรือ เราอยากได้ “พระกิตติคุณ”

Marten Visser

Marten Visser

Marten Visser (1971), experienced a call from the Lord to be a missionary while in Kindergarten. He received M.Div., Th.M. in Missiology, M.A. in cultural anthropology degrees and a Ph.D. degree in Theology. In 2000 he became a church planting missionary in Thailand with OMF, together with his wife Esther. In 2015 he returned to the Netherlands where he founded GlobalRize. He continues to serve as GlobalRize’s director of evangelism.

ติดตามเราได้ทางช่องทางนี้