Prakhampee.net
How can you fight against sin?

ฉันจะต่อสู้กับความบาปได้อย่างไร ?

เราต้องทำความเข้าใจว่าเรื่องความบาปนั้นไม่ใช่เป็นแค่เพียงเรื่องส่วนตัวที่ส่งผลกระทบต่อตัวเราเองเท่านั้น แต่ความบาปนั้นเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจในสายพระเนตรของพระเจ้า เพราะว่าพระองค์ทรงบริสุทธิ์ และความบาปนั้นมีผลกระทบต่อชีวิตและความสัมพันธ์ของเรา 

ความบาปนั้นเริ่มต้นมาจากการไม่เชื่อฟังและการกบฏต่อพระเจ้า เป็นเรื่องที่น่าสังเกตมากที่ หลังจากดาวิดได้ล่วงประเวณีกับนางบัทเชบาและได้ส่งอุเรอาห์สามีของนางไปตายนั้น (2 ซามูเอล 11) เขาได้กล่าวไว้ใน สดุดี 51:4 ว่า “ข้าพระองค์ได้ทำบาปต่อพระองค์ ต่อพระองค์เท่านั้น” ดาวิดพูดได้อย่างไรว่าเขาทำบาปต่อพระเจ้าเท่านั้น แน่นอนว่าเขาได้ทำบาปต่อนางบัทเชบาด้วย (โดยการล่วงประเวณีกับนางและฆ่าสามีของนาง)

คำตอบในเรื่องนี้คือ ถึงแม้ว่าความบาปนั้นจะเกิดขึ้นในความสัมพันธ์แนวนอน (คือการที่เราทำบาปต่อผู้อื่น) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในความสัมพันธ์แนวตั้ง(ความสัมพันธ์กับพระเจ้า) คือความบาปนั้นเป็นศัตรูกับพระเจ้า

ทำไมการทำบาปต่อพระเจ้าถึงเป็นเรื่องสำคัญมาก? คำตอบคือ พระเจ้าทรงบริสุทธิ์ พระองค์ทรงบริสุทธิ์, ชอบธรรม และไม่สามารถทนต่อความบาปได้ หรือแม้แต่ให้ความบาปมาอยู่ต่อหน้าพระองค์ ถ้ามีคนบาปเข้ามาอยู่ต่อหน้าพระเจ้า คนนั้นจะถูกปกคลุมไปด้วยความบริสุทธิ์ของพระเจ้า นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใน 2 ซามูเอล 6:6-7:

และเมื่อมาถึงลานนวดข้าวของนาโคน อุสซาห์ก็เหยียดมือออกจับหีบของพระเจ้าไว้เพราะโคสะดุด

และพระพิโรธของพระยาห์เวห์ก็พลุ่งขึ้นต่ออุสซาห์ และพระเจ้าทรงประหารเขาที่นั่น เพราะความผิดของเขา เขาจึงตายข้างหีบของพระเจ้า

หลายครั้งปัญหาของเราเกี่ยวกับเรื่องความบาปคือ เราไม่ได้เห็นว่าบาปเป็นเรื่องสำคัญเลย แต่ว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างที่เราเห็นข้างบน บาปเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งนั่นอาจจะหมายความว่า เราจะไม่สามารถรู้จักพระเจ้า หรืออยู่กับพระองค์ได้ เราจะถูกทำลายลงไปต่อหน้าองค์พระเจ้าผู้บริสุทธิ์ เพราะว่าความบาปของเรา ผมขอให้คุณใคร่ครวญพระคัมภีร์เหล่านี้   2 ซามูเอล 6, และอิสยาห์ 6:1-7 (ให้สังเกตเป็นพิเศษว่าอิสยาห์ตอบสนองอย่างไรตอนที่เขาได้เห็นพระเจ้า จากข้อ 5)

นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมพระเยซูคริสต์ต้องลงมาสิ้นพระชนม์ ที่ไหนมีบาป ที่นั่นจะต้องมีการตายเพื่อเป็นค่าไถ่ให้กับความบาปนั้น (ปฐมกาล. 2:17 , โรม 6:23 , เลวีนิติ 17:11)  ไม่ว่าจะเป็นการตายของคนที่ทำบาปเอง หรือตัวแทนของคนนั้น  (เลวีนิติ 4 , อิสยาห์ 53) และพระเยซูทรงตายแทนที่เรา ( 1 เปโตร 2:24, 3:18 ) สำหรับคริสเตียนแล้ว การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูนั้นหมายความว่าเราเองจะไม่ต้องตาย

ขณะที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงแบกรับพระพิโรธของพระเจ้าและการพิพากษาความบาปทุกอย่างของเราไว้ ลองคิดถึงความทุกข์ทรมานของพระเยซูขณะที่พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ขณะที่พระองค์ทรงเผชิญกับพระพิโรธของพระเจ้าเพราะความบาปของคุณกับผม (มัทธิว 26:36-42; 27:45-46 ) พระเยซูทรงไถ่ความบาปทุกอย่างที่เราได้ทำ ดังนั้นเรายังอยากที่จะเพิ่มความทุกข์ยากของพระเยซูโดยการตั้งใจทำบาปในชีวิตทุกวันนี้ของเราอีกหรือ อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย

สรุปแล้ว ผมขอให้คุณได้ทบทวนและใคร่ครวญตามข้อพระคัมภีร์ที่ผมได้ให้ไว้ด้านบน อธิษฐานที่พระเจ้าทรงช่วยให้คุณเห็นถึงความสำคัญของความบาป  อธิษฐานที่คุณเองจะเริ่มเกลียดชังความบาปอย่างที่พระเจ้าทรงเกลียดชังมัน จงปรารถนาที่จะเติบโตขึ้นในเรื่องความบริสุทธิ์ เพราะว่า “ซึ่งถ้าใจไม่บริสุทธิ์ก็จะไม่มีผู้ใดได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าเลย” (ฮีบรู 12:14 )

James Steer

James Steer

"เจมส์เติบโตมาจากครอบครัวคริสเตียน และตัดสินใจติดตามพระเยซู
จริงๆในช่วงวัยรุ่น หลังจากจบการศึกษาในด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยและ
ได้ผ่านการทำงานในอุตสาหกรรมยา เขาได้มาศึกษาต่อปริญญาโท
ในด้านศาสนศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย Oak Hill Theological College
เพื่อเตรียมสู่การรับใช้ในพันธกิจของพระเจ้า หลังจากจบการศึกษา
เขาและภรรยาได้มารับใช้ในฐานะมิชชันนารีที่ประเทศไทยเป็นเวลาห้าปี
ในปัจจุบันเจมส์เป็นศิษยาภิบาลที่ดูแลนักเรียนต่างชาติในคริสตจักร
St Andrew the Great church ในเมืองแคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ"

ติดตามเราได้ทางช่องทางนี้